‘ปูติน’ 20ปีแห่งอำนาจ หมีขาวคำรามสู่โลก

รัสเซียเริ่มปี 2563 ด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุว่า วาระการดำรงตำแหน่งผู้นำรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในครั้งนี้ “จะเป็นสมัยสุดท้าย” ซึ่งหากเป็นตามนั้นจะเป็นการปิดฉากการเป็นบุรุษเหล็กยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของรัสเซีย นับตั้งแต่สมัยนายโจเซฟ สตาลิน

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหานานนัก ต่อมาในช่วงกลางเดือน ม.ค. ปูตินประกาศแนวคิด “ปฏิรูปรัฐธรรมนูญ” ฉบับซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2536 เพื่อเพิ่ม “ความแข็งแกร่ง” และบทบาทของรัฐสภา ด้วยการกระจายอำนาจจากประธานาธิบดี ซึ่งรวมถึงการคัดเลือกและอนุมัติบุคคลดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล รวมถึงนายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้นนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซียในตอนนั้น นำรัฐมนตรีลาออกทั้งคณะ แล้วปูตินเสนอชื่อนายมิคาอิล มิชุสติน ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพากรแห่งชาติ ซึ่งแทบไม่เคยมีบทบาทสำคัญทางการเมือง ให้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และแน่นอนว่าผ่านการรับรองจากรัฐสภาอย่างง่ายดาย

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของรัสเซีย ซึ่งผ่านการลงประชามติด้วยเสียงข้างมาก เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยังประกอบด้วยมาตราว่าด้วยการยกระดับสวัสดิการทางสังคมหลายด้าน แต่มีมาตราเกี่ยวกับการไม่รับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งจะยิ่งนำสังคมรัสเซียเข้าสู่ความเป็นอนุรักษนิยมมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม มาตราที่หลายฝ่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศให้ความสนใจมากที่สุด คือมาตราว่าด้วยการไม่จำกัดระยะเวลาสำหรับบุคคลหนึ่งในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงตำแหน่งประธานาธิบดี

แม้ปูตินยังค่อนข้างสงวนท่าทีอย่างมาก เกี่ยวกับกับอนาคตทางการเมืองของตัวเอง เมื่อครบวาระดำรงตำแหน่งปัจจุบันในปี 2567 แต่การที่เจ้าตัวกล่าวว่า ต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการลงประชามติจากประชาชน “เพื่อสร้างความชอบธรรม” ดูเหมือนเป็นการส่งสัญญาณโดยนัย ว่าผู้นำรัสเซียอาจลงสมัครรับเลือกตั้งอีก และมีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นผู้ชนะต่อเนื่องอีก 2 สมัย หรือ 12 ปี เท่ากับปูตินอาจดำรงตำแหน่งผู้นำรัสเซียยาวนานถึงปี 2579 ซึ่งในเวลานั้นเจ้าตัวจะมีอายุมากถึง 83 ปี

ปี 2563 เป็นปีที่ปูตินอยู่ในอำนาจสูงสุดทางการเมืองครบ 20 ปี แม้เว้นวรรคไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2551 ถึง 2555 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า การทรงอิทธิพลทางการเมืองของปูตินจะลดลง เพราะในทางกลับกันถือว่า ยิ่งเป็นการวางรากฐานอำนาจให้กับปูตินในระยะยาว

ตอลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปูตินเผชิญกับประธานาธิบดีสหรัฐมาแล้ว 3 คน เริ่มจากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งเคยกล่าวว่า “สายตาของปูตินสื่อถึงจิตวิญญาณ” ตามด้วยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งมีนโยบาย “รีเซต” ความสัมพันธ์กับรัฐบาลมอสโก แต่ท้ายที่สุดจบด้วยการชี้นิ้วไปที่อีกฝ่าย ด้วยข้อกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง

จนมาถึงยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ที่กำลังจะหมดวาระ แต่ตลอดเกือบ 4 ปีเต็มของการอยู่ในอำนาจ ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับรัสเซีย โดยเน้นไปที่ “ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล” ยังคงมีความคลุมเครือและยากอธิบายในหลายเรื่อง

About the author